keyboard_arrow_right
creative90
พรีเมียร์ลีก

มูรินโญ ยังไม่ได้บอกเรื่อง สอย โอซิล จาก อาร์เซนอล ในต้นปีหน้า

มูรินโญ

มูรินโญ ยังไม่ยอมเปิดเผยแผนการดึงตัวนักเตะของเขา ในต้นปีหน้า และยังคงไม่ได้เอ่ยถึง นักเตะที่ชื่อ โอซิล เลยซักนิดเดียว แม้ว่าจะมีข่าวมากมายก็ตาม

มูรินโญ ยังไม่ยอมพูดเรื่องการซื้อขายนักเตะที่กำลังจะเข้ามาถึงในอีกไม่กี่เดือน ข้างหน้านี้ โดยเชื่อว่าการซื้อนักเตะของเขาจะยังไม่มีใครรู้และยังไม่มีใครบอกได้อีกด้วย

โชเซ่ มูรินโญ โค้ชใหญ่ของ สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่ยอมคายความลับในการซื้อนักเตะของเขากับสื่อไหน และดูเหมือนว่า นักเตะที่ต้องการย้ายมาสโมสรของเขาก็ยังไม่รู้ตัวเขาเองเช่นกัน เป็นเพราะวว่า ผู้สื่อข่าวได้ไปเขียนข่าวเหล่านี้ขึ้นเอง

และทำให้ น้ามู ไม่อยากที่จะพูดถึงเรื่องนี้ เขาไม่ยอมที่จะพูดถึงเรื่องการซื้อนักเตใหม่เข้าสโมสรเลย เหมือนจะไม่ยอมให้รู้ว่าสโมสรต้องการนักเตะรายไหนเข้าทีมช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเปิด มันเป็นอะไรที่ไม่สามารถเดาได้เช่นกัน น้ามู อาจจะไม่ซื้อนักเตะเพิ่มแล้วก็เป็นได้

มูรินโญ

แต่ะพวกสื่อหลายๆสำนักต่างคาดการณ์ว่า น้ามูจะต้องซื้อนักเตะเพิ่มแน่ๆ เพราะว่า นักเตะที่เขาต้องการใช้งานมันมีอาการบาดเจ็บแทบทั้งสิ้น และเห็นได้ชัดว่าตอนที่ตลาดเปิดมีนักเตะที่ต้องการย้ายทีมอยู่มากเช่นกัน และเชื่อว่าหนึ่งในนั้นคือ โอซิล

แต่ก็ยังไม่มีเรื่องราวมากจาก น้ามู แต่อย่างใด เขายังปล่อยให้เป็นคำถามที่หลายๆคนต่างสงสัยว่า โอซิล จะได้ย้ายเข้ามาเล่นที่ ผีแดง หรือไม่ มันเป็นเรื่องที่เราอยากรู้ และเขาเองก็เหมือนเล่นเกมอยู่ โดยที่ไม่ยอมบอกอะไรเลย ได้แต่เดินหนีเมื่อพูดถึงเรื่องการซื้อขายนักเตะที่กำลังจะมาถึงนี้

โดยตอนนี้เขาต้องการที่ทำหน้าที่ของเขา และวางแผนให้ทีมของเขาเอาชนะทุกทีมที่เขาต้องเจอให้ได้ก็เท่านั้นเอง มันยังไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับการย้ายทีมหรือการซื้อนักเตะเพิ่มเข้าสโมสร ผมไม่อยากที่จะพูดถึงในเวลานี้ มันเป็นอะไรที่เราไม่คุยกันนะ

เรื่องทั้งหมดจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อนักเตะต้องการย้าย และตลาดก็เปิดให้ผมได้ซื้อก็เท่านั้น สำหรับ โอซิล และการย้ายทีมน่าจะเป็นเรื่องง่ายขึ้นหากเขารอจนหมดสัญญาและย้ายแบบไม่มีค่าตัว ก็จะทำให้สโมสรที่ต้องการกองกลางเทพๆ ติดต่อเข้ามาเพื่อให้เขาได้ย้ายความเทพเข้าไปอยู่กับสโมสร พวกเขาได้ ผมจะพยายามยุ่งแค่เรื่องในสโมสรของผมเท่านั้น เรื่องซื้อขายคงต้องรอเวลาตลาดเปิดเท่านั้นเองละ

พรีเมียร์ลีก

คล็อปป์ เซ็ง เมื่อ มาแน่ หายแต่ก็ต้องกลับไปช่วยทีมชาติอีก

คล็อปป์

คล็อปป์ แสดงอาการ เซ็ง ออกสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเขาได้นักเตะที่เขาต้องการใช้งานกลับมา แต่เขาต้องกลับไปเล่นให้ทีมชาติ และอาจจะเจ็บกลับมาอีก

คล็อปป์ อาจจะไม่อยากให้ มาเน่ ไปร่วมทีมชาติ เพราะเมื่อไปเล่นมันเจอการเล่นที่แตกต่างจากที่นี่ และเขาก็มีอาการบาดเจ็บกลับมาสโมสรอยู่ตลอดเวลา

เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ของสโมสร ลิเวอร์พูล สร้างผลงานที่ดีไม่ได้ในฤดูกาลนี้ และเป็นเรื่องที่เขาต้องคิดหนักอีกครั้งเพราะว่า สโมสร ต้องปล่อยให้นักเตะที่เขาอยากจะเอามาใช้งานเมื่อหายกลับมาลงสโมสรได้แต่ก็ อาจจะไม่ได้ใช้งานเพราะว่า

คล็อปป์

นักเตะกำลังถูก ทีมชาติ เข้ามาสอดส่อง และทำหน้าที่ดึงนักเตะกลับไปเล่นทีมชาติ ทั้งๆที่เราน่าจะเป็นผู้ที่ได้ใช้งานเขาในสนามของสโมสร มากกว่า เรื่องนี้มันยากที่จะจัดการเพราะว่า นักเตะเองก็ต้องเข้าสู่ทีมชาติ และสร้างผลงานที่ดีให้ได้

แต่เขาไปเล่นทีมชาติทีไรเจ็บกัลบมาทุกที มันเป็นเรื่องที่ทำให้สโมสรได้เห็นว่า เขาเป็นนักเตะคนสำคัญ แต่ก็ไม่ได้รับการดูแลเยี่ยมคนสำคัญ กลับถูกใช้งานให้มากกว่าที่ผ่านๆมาเพื่อผลสกอร์ในสนาม ทำให้ มาเน่ ไม่สามารถที่จะลงเล่นและสร้างผลงานกับ สโมสร ได้เลย

มันเป็นอะไรที่ไม่ยุติธรรมสำหรับพวกเราจริงๆ ซาดิโอ มาเน่ กำลังจะหายกลับมาลงเล่นในสนามได้อีกครั้ง และเชื่อว่า เขานั้นอยากที่จะเล่นกับ ลิเวอร์พูล มากกว่า มันเป็นเรื่องที่แย่มากเพราะว่าเขาอาจจะต้องโดนดึงตัวกลับไปอยู่กับทีมชาติ

เขาสามารถที่จะกลับมาเล่นกับเพื่อนร่วมทีมในสนามได้แล้ว แต่เขาเองยังไม่ฟิตเต็มร้อย และไม่สามารถที่จะลงเล่นได้อย่างจริงจัง มันเป็นการพยายามที่จะหายกลับมาลงสนาม และเป็นความพยายามของเขา แต่ไม่ใช่ความพยายามของทีมชาติ

มันเป็นเรื่องน่าเบื่อมากสำหรับการใช้งานของ ทีมชาติ ที่ดีแต่ใช้งานเขา แต่ก็ไม่ได้มองถึงผลเสียของสโมสร หรือของนักเตะเองเลย ผมอยากให้ทีมชาติ ได้เห็นถึงความสำคัญของเขาก่อนที่จะอยากใช้งานเขาเพียงอย่างเดียว มันเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากสำหรับนักเตะ

หากไม่ได้รับการรักษาอย่างดี แล้วเขาจะหายกลับไปเลนได้หรือไม่ แต่เขาไม่มองว่าสโมสรต้องการใช้งานนักเตะรายนี้เช่นกัน ลิเวอร์พูล ต้องการ มาเน่ ในสนาม เขาเป็นตัวแปร คนสำคัญของทีม และเขาก็ไม่ได้อยู่ในสนามอย่างที่ผมต้องการ มันเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะบอกว่าต้องทำอย่างไรต่อไปหากเขาต้องไปช่วยทีมชาติจริงๆ และอาจจะเจ็บกลับมาก็เป็นเรื่องที่น่าหนักใจอย่างมากสำหรับเหตุการณ์แบบนี้

พรีเมียร์ลีก

ตลาดปิดเร็ว ทีมไหนยังไม่เสริมทัพแย่แน่

พรีเมียร์ลีก

เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีข่าวใหญ่ของวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ขึ้น เมื่อ พรีเมียร์ลีก ประกาศผลโหวตของ 20 สโมสรในพรีเมียร์ลีก ว่าพวกเขาตกลงที่จะปิดตลาด ตลาดปิดเร็ว

การซื้อนักเตะสู่สโมสรในพรีเมียร์ลีก ก่อนที่ฤดูกาลจะเกิดขึ้น โดยจะเริ่มใช้ในฤดูกาล 2018-2019 ทันที โดยกฏนี้จะใช้เฉพาะกับทีมที่อยู่ในพรีเมียร์ลีก เท่านั้น

ส่วนลีกระดับล่างของ อังกฤษ ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณากันอยู่ โดยหลังจากที่มีการประกาศข่าวนี้ออกมา ก็มีกระแสเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งแทบทั้งหมดต่างไม่เห็นด้วยกับกฏนี้

เพราะสโมสร จะเสียเปรียบทีมจากลีกอื่นทันที เพราะปกติตลาดการ ซื้อ-ขาย นักเตะในอังกฤษ ก็ปิดเร็วกว่าชาวบ้านชาวช่องเขาอยู่แล้ว อย่างเช่นปิดก่อน ลา ลีก้า สเปน 1 วัน

และปิดก่อนซุเปอร์ ลีกของตุรกี ถึง 1 สัปดาห์ แต่ก็ถือว่าไม่ต่างกันมากนัก แต่จากกฏใหม่ที่เกิดขึ้นจะทำให้ตลาดนักเตะของพรีเมียร์ลีก จะปิดลงก่อนลีกอื่นๆ ในยุโรปประมาณ 3 สัปดาห์เลยทีเดียว

อย่างเช่นฤดูกาลหน้าตลาดนักเตะในพรีเมียร์ลีกจะปิดตัวลงในวันพฤหัสที่ 9 สิงหาคม 2018 ส่วนลีกอื่นๆ ในยุโรปจะสามารถซื้อขายนักเตะได้ถึง 31 สิงหาคม

บ่าย 3 โมงตามเวลาของประเทศอังกฤษ ของวันพฤหัสบดี สัปดาห์ก่อนที่พรีเมียร์ลีก จะเริ่มต้นขึ้น นั่นคือเดดไลน์ใหม่ของทีมในพรีเมียร์ลีก

ตลาดปิดเร็ว

ตลาดปิดเร็ว

 

ซึ่งวันเดดไลน์ ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล ซึ่งทำให้ไม่แน่นอนตายตัว แต่ที่แน่ๆ จะทำให้สโมสรในพรีเมียร์ลีกมีเวลาในการทำการซื้อนักเตะเพียงประมาณเดือนครึ่งเท่านั้น

นับจากตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์จะเปิดก็ต่อเมื่อถึงวันที่ 1 กรกฏาคมของแต่ละปี ซึ่งทำให้สโมสรในลีกอังกฤษ ต้องทำงานให้เร็วขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าการแข่งขันในพรีเมียร์ลีกอาจจะไม่มีผล

เพราะทุกทีมก็ใช้กฏนี้เหมือนกัน แต่อาจจะส่งผลกระทบกับแข่งขันฟุตบอลยุโรป ก็ได้ เพราะในช่วงที่ตลาดนักเตะในพรีเมียร์ลีกปิดแล้ว สโมสรอื่นๆ

ในยุโรปยังสามารถซื้อนักเตะได้อยู่ โดยกฏนี้ทีมในอังกฤษ ยังสามารถขายนักเตะออกไปหลังจากที่ตลาดนักเตะปิดแล้วได้ด้วย แต่ไม่มีสิทธิ์ซื้อ หลังจากศึกพรีเมียร์ลีกเริ่มเปิดฤดูกาลไปแล้ว

ซึ่งมีข่าวหลุดรอดมาว่าสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ , ปีศาจแดว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึง หงส์แดง ลิเวอร์พูล ต่างก็โหวตไม่เห็นด้วยกับกฏนี้ เพราะถึงแม้ว่าลีกอื่นๆ

จะเปลี่ยนกฏตาม แต่ลีกใหญ่ในยุโรปส่วนใหญ่ก็เปิดฤดูกาลช้ากว่าพรีเมียร์ลีกอยู่แล้ว จะมีก็เพียงบุนเดสลีก้า เยอรมันเท่านั้น ที่อาจจะเปิดก่อนพรีเมียร์ลีกประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งมองยังไงกฏที่ออกมานี้ก็มีแต่เสียกับเสีย