keyboard_arrow_right
ลิเวอร์พูล
พรีเมียร์ลีก

เจอร์จาร์ด เห็นแวว วู้ดเบิร์น มีโอกาสที่จะขึ้นไปอยู่ทีมใหญ่ หงส์แดง ได้

เจอร์จาร์ด

เจอร์จาร์ด มีวคามมั่นใจในนักเตะที่เขาหมายมั่น ปั้นมากับมือและเท้าของเขาเองว่า พร้อมที่จะขึ้นไปเล่นให้กับทีมใหญ่ได้แล้ว เบน วู้ดเบิร์น คือนักเตะรายนั้น

เจอร์จาร์ด มีความหวังให้นักเตะชุดเล็กก้าวขึ้นไปช่วยสโมสรได้ไม่มากก็น้อย ตามเห็นสมควร และมีความเห็นส่วนตัวของเขาเองว่า มันถึงเวลาแล้ว

สตีเว่น เจอร์จาร์ด ยังคงคอยดันนักเตะรุ่นน้องที่เล่นได้ยอดเยี่ยมจากทีมเล็ก เพื่อที่จะให้ขึ้นไปสู่ทีมใหญ่ได้ แม้ว่าจะยังอายุน้อย แต่เชื่อได้เลยว่า เมื่อได้ลองเล่นทีมใหญ่ของ หงส์แดง จะมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นและทำผลงานได้ดีมากกว่าเดิมแน่ๆ

เจอร์จาร์ด

เรื่องนั้นเขาการีนตีเองเลย ผมได้เห็นฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของเขา เขาทำให้ผมได้เห็นว่า นักเตะรายนี้จะก้าวขึ้นไปช่วยให้ ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้ดีมากกว่าเดิม เราจะเห็นได้ว่าการทำให้ทีมได้ชัยชนะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อเราเจอกับนักเตะที่แข็งแกร่งก็ต้องทำให้เขาเป็นนักเตะชุดใหญ่ให้ได้

มันไม่ต้องรอให้เขาอายุ 20 หรือ 30 เขาสมควรที่จะได้รับโอกาสในการขึ้นไปเล่นกับ ลิเวอร์พูล ทีมใหญ่ได้แล้ว เขาไม่ใช่นักเตะชุดเล็กอีกแล้ว ผมอยากให้เขาได้เข้าไปอยู่ในทีมใหญ่โดยเร็ว การจะตีเหล็กมันต้องตีตอนร้อนๆเพื่อให้เขานั้นแข็งแกร่ง

ผมมั่นใจว่านักเตะรายนี้จะทำได้ แม้ว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ จะฝึกหนักแค่ไหนก็ตาม เขาน่าจะรับมือกับมันได้ ในทุกครั้งที่พวกเขาลงซ้อม ผมจะให้เขาได้แบ่งทีมและเล่นกันอย่างต่อเนื่อง โดยเหมือนเป็นการลงเล่นจริงๆเพื่อจะได้ไม่เหนื่อยล้าหากต้องเจอกับเกมที่หนัก

หรือได้เลื่อนขึ้นไปอยู่ในทีมใหญ่จริงๆ ผมเชื่อว่าการสร้างผลงานที่ดีจะทำให้เขาได้ไปสู่จุดหมายที่เขาต้องการ ก็คือการเป็นแชมป์ ผมไม่สามารถก้าวไปสู่จุดนั้นได้ เพราะว่าลื่นซะก่อนแต่ก็เป็นประสบการณ์ที่จะจำไปจนตายแน่ๆ แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องที่ผมอยากจะผิดพลาดก็ตาม

ส่วนเขาน่าจะเป็นนักเตะหนุ่มที่สร้างผลงานได้ดีในอนาคตกับ ลิเวอร์พูล และเชื่อว่าเขาเองจะยังคงพัฒนาต่อไปเพื่อให้ได้เป็นนักตัอันดับต้นๆของโลก  เขาทำให้ผมดูการซ้อมแล้วรู้สึกสนุก ความสามารถของเขาเข้าไปสู้ หงส์แดงชุดใหญ่ได้สบายๆ ทุกอย่างต้องขอโอกาสกับ คล็อปป์ เพียงคนเดียว หากต้องการนักเตะที่เล่นได้ดีและทำเกมได้ยอดเยี่ยมผมขอดันนักเตะรายนี้ เบน วู้ดเบิร์น เข้าสู่สโมสรใหญ่ในอีกไม่ช้านี้

พรีเมียร์ลีก

คล็อปป์ เซ็ง เมื่อ มาแน่ หายแต่ก็ต้องกลับไปช่วยทีมชาติอีก

คล็อปป์

คล็อปป์ แสดงอาการ เซ็ง ออกสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเขาได้นักเตะที่เขาต้องการใช้งานกลับมา แต่เขาต้องกลับไปเล่นให้ทีมชาติ และอาจจะเจ็บกลับมาอีก

คล็อปป์ อาจจะไม่อยากให้ มาเน่ ไปร่วมทีมชาติ เพราะเมื่อไปเล่นมันเจอการเล่นที่แตกต่างจากที่นี่ และเขาก็มีอาการบาดเจ็บกลับมาสโมสรอยู่ตลอดเวลา

เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ของสโมสร ลิเวอร์พูล สร้างผลงานที่ดีไม่ได้ในฤดูกาลนี้ และเป็นเรื่องที่เขาต้องคิดหนักอีกครั้งเพราะว่า สโมสร ต้องปล่อยให้นักเตะที่เขาอยากจะเอามาใช้งานเมื่อหายกลับมาลงสโมสรได้แต่ก็ อาจจะไม่ได้ใช้งานเพราะว่า

คล็อปป์

นักเตะกำลังถูก ทีมชาติ เข้ามาสอดส่อง และทำหน้าที่ดึงนักเตะกลับไปเล่นทีมชาติ ทั้งๆที่เราน่าจะเป็นผู้ที่ได้ใช้งานเขาในสนามของสโมสร มากกว่า เรื่องนี้มันยากที่จะจัดการเพราะว่า นักเตะเองก็ต้องเข้าสู่ทีมชาติ และสร้างผลงานที่ดีให้ได้

แต่เขาไปเล่นทีมชาติทีไรเจ็บกัลบมาทุกที มันเป็นเรื่องที่ทำให้สโมสรได้เห็นว่า เขาเป็นนักเตะคนสำคัญ แต่ก็ไม่ได้รับการดูแลเยี่ยมคนสำคัญ กลับถูกใช้งานให้มากกว่าที่ผ่านๆมาเพื่อผลสกอร์ในสนาม ทำให้ มาเน่ ไม่สามารถที่จะลงเล่นและสร้างผลงานกับ สโมสร ได้เลย

มันเป็นอะไรที่ไม่ยุติธรรมสำหรับพวกเราจริงๆ ซาดิโอ มาเน่ กำลังจะหายกลับมาลงเล่นในสนามได้อีกครั้ง และเชื่อว่า เขานั้นอยากที่จะเล่นกับ ลิเวอร์พูล มากกว่า มันเป็นเรื่องที่แย่มากเพราะว่าเขาอาจจะต้องโดนดึงตัวกลับไปอยู่กับทีมชาติ

เขาสามารถที่จะกลับมาเล่นกับเพื่อนร่วมทีมในสนามได้แล้ว แต่เขาเองยังไม่ฟิตเต็มร้อย และไม่สามารถที่จะลงเล่นได้อย่างจริงจัง มันเป็นการพยายามที่จะหายกลับมาลงสนาม และเป็นความพยายามของเขา แต่ไม่ใช่ความพยายามของทีมชาติ

มันเป็นเรื่องน่าเบื่อมากสำหรับการใช้งานของ ทีมชาติ ที่ดีแต่ใช้งานเขา แต่ก็ไม่ได้มองถึงผลเสียของสโมสร หรือของนักเตะเองเลย ผมอยากให้ทีมชาติ ได้เห็นถึงความสำคัญของเขาก่อนที่จะอยากใช้งานเขาเพียงอย่างเดียว มันเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากสำหรับนักเตะ

หากไม่ได้รับการรักษาอย่างดี แล้วเขาจะหายกลับไปเลนได้หรือไม่ แต่เขาไม่มองว่าสโมสรต้องการใช้งานนักเตะรายนี้เช่นกัน ลิเวอร์พูล ต้องการ มาเน่ ในสนาม เขาเป็นตัวแปร คนสำคัญของทีม และเขาก็ไม่ได้อยู่ในสนามอย่างที่ผมต้องการ มันเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะบอกว่าต้องทำอย่างไรต่อไปหากเขาต้องไปช่วยทีมชาติจริงๆ และอาจจะเจ็บกลับมาก็เป็นเรื่องที่น่าหนักใจอย่างมากสำหรับเหตุการณ์แบบนี้

พรีเมียร์ลีก

ตลาดปิดเร็ว ทีมไหนยังไม่เสริมทัพแย่แน่

พรีเมียร์ลีก

เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีข่าวใหญ่ของวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ขึ้น เมื่อ พรีเมียร์ลีก ประกาศผลโหวตของ 20 สโมสรในพรีเมียร์ลีก ว่าพวกเขาตกลงที่จะปิดตลาด ตลาดปิดเร็ว

การซื้อนักเตะสู่สโมสรในพรีเมียร์ลีก ก่อนที่ฤดูกาลจะเกิดขึ้น โดยจะเริ่มใช้ในฤดูกาล 2018-2019 ทันที โดยกฏนี้จะใช้เฉพาะกับทีมที่อยู่ในพรีเมียร์ลีก เท่านั้น

ส่วนลีกระดับล่างของ อังกฤษ ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณากันอยู่ โดยหลังจากที่มีการประกาศข่าวนี้ออกมา ก็มีกระแสเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งแทบทั้งหมดต่างไม่เห็นด้วยกับกฏนี้

เพราะสโมสร จะเสียเปรียบทีมจากลีกอื่นทันที เพราะปกติตลาดการ ซื้อ-ขาย นักเตะในอังกฤษ ก็ปิดเร็วกว่าชาวบ้านชาวช่องเขาอยู่แล้ว อย่างเช่นปิดก่อน ลา ลีก้า สเปน 1 วัน

และปิดก่อนซุเปอร์ ลีกของตุรกี ถึง 1 สัปดาห์ แต่ก็ถือว่าไม่ต่างกันมากนัก แต่จากกฏใหม่ที่เกิดขึ้นจะทำให้ตลาดนักเตะของพรีเมียร์ลีก จะปิดลงก่อนลีกอื่นๆ ในยุโรปประมาณ 3 สัปดาห์เลยทีเดียว

อย่างเช่นฤดูกาลหน้าตลาดนักเตะในพรีเมียร์ลีกจะปิดตัวลงในวันพฤหัสที่ 9 สิงหาคม 2018 ส่วนลีกอื่นๆ ในยุโรปจะสามารถซื้อขายนักเตะได้ถึง 31 สิงหาคม

บ่าย 3 โมงตามเวลาของประเทศอังกฤษ ของวันพฤหัสบดี สัปดาห์ก่อนที่พรีเมียร์ลีก จะเริ่มต้นขึ้น นั่นคือเดดไลน์ใหม่ของทีมในพรีเมียร์ลีก

ตลาดปิดเร็ว

ตลาดปิดเร็ว

 

ซึ่งวันเดดไลน์ ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล ซึ่งทำให้ไม่แน่นอนตายตัว แต่ที่แน่ๆ จะทำให้สโมสรในพรีเมียร์ลีกมีเวลาในการทำการซื้อนักเตะเพียงประมาณเดือนครึ่งเท่านั้น

นับจากตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์จะเปิดก็ต่อเมื่อถึงวันที่ 1 กรกฏาคมของแต่ละปี ซึ่งทำให้สโมสรในลีกอังกฤษ ต้องทำงานให้เร็วขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าการแข่งขันในพรีเมียร์ลีกอาจจะไม่มีผล

เพราะทุกทีมก็ใช้กฏนี้เหมือนกัน แต่อาจจะส่งผลกระทบกับแข่งขันฟุตบอลยุโรป ก็ได้ เพราะในช่วงที่ตลาดนักเตะในพรีเมียร์ลีกปิดแล้ว สโมสรอื่นๆ

ในยุโรปยังสามารถซื้อนักเตะได้อยู่ โดยกฏนี้ทีมในอังกฤษ ยังสามารถขายนักเตะออกไปหลังจากที่ตลาดนักเตะปิดแล้วได้ด้วย แต่ไม่มีสิทธิ์ซื้อ หลังจากศึกพรีเมียร์ลีกเริ่มเปิดฤดูกาลไปแล้ว

ซึ่งมีข่าวหลุดรอดมาว่าสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ , ปีศาจแดว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึง หงส์แดง ลิเวอร์พูล ต่างก็โหวตไม่เห็นด้วยกับกฏนี้ เพราะถึงแม้ว่าลีกอื่นๆ

จะเปลี่ยนกฏตาม แต่ลีกใหญ่ในยุโรปส่วนใหญ่ก็เปิดฤดูกาลช้ากว่าพรีเมียร์ลีกอยู่แล้ว จะมีก็เพียงบุนเดสลีก้า เยอรมันเท่านั้น ที่อาจจะเปิดก่อนพรีเมียร์ลีกประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งมองยังไงกฏที่ออกมานี้ก็มีแต่เสียกับเสีย